วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555
สวัสดีครับผมชื่อนายอรรฒกร แก้วงาม ชื่อเล่น บอร์น เกิดวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ.2534 ผมเป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศลาว ผมเองก็พูดอีสานได้ แต่สำเนียงจะแปลกๆ ผมจึงไม่ค่อยพูดภาษาอีสานสักเท่าไร แต่พอมาพูดภาษากลางก็ไม่ชัดถ้อยชัดคำ เมื่อคนอื่นฟังก็จะรู้ทันทีว่าผมนั้นมาจากภูมิภาคไหน เพื่อนบอกว่าผมพูดไม่ค่อยรู้เรื่องต้องพูดช้าๆ ผมก็คิดว่าถูกของเพื่อนแล้วครับ
จังหวัดอุบลราชธานีนั้นมีความโดดเด่นในเรื่องของประเพณีแห่เทียนพรรษาซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้จังหวัดใดในประเทศไทย ส่วนถ้าเป็นเรื่องอาหารนั้นผมขอแนะนำ อาหารเวียดนามที่อุบลราชธานีนั้นอร่อยมาก เช่น แหนมเนือง ปอเปี๊ยะทอด ปอเปี๊ยะสด ขนมเบื้อง เป็นต้น แล้วก็จะมีก๋วยจั๊บญวนเจ้าอร่อย เป็นร้านเล็กๆ อยู่ในซอย ต้องไปซื้อไม่เกินเวลา 8.30 น. ไม่งั้นนหมดแน่นอน ที่ขาดไม่ได้เลยก็หมูยอที่อุบลราชธานี ซึ่งเป็นของฝากยอดนิยมของผมที่มักจะนำเอามาฝากเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัยบ่อยๆ ความจริงผมอยากเอาแหนมเนืองมาฝากเพื่อนๆ แต่ถ้าเป็นแหนมเนืองก็จะขนมาลำบากหน่อย พอมาถึงผักก็ไม่สด ทำให้ความอร่อยลดลง ผมจึงเลือกเป็นหมูยอแทนเพราะเก็บได้นานกว่า ความอร่อยก็คงจะเหมือนเดิม อุบลราชธานีมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น ผาแต้ม สามพันโบก มีแก่งสะพือ เป็นต้น
ผมเรียนมัธยมที่โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ตอนเรียนมัธยมต้นผมตั้งใจเรียน เป็นเด็กดี การเรียนในมัธยมต้นก็เป็นที่น่าพอใจ แต่พอขึ้นมัธยมปลายผมเริ่มเล่นเกมมากขึ้น เรียกง่ายๆว่าติดเกมนั่นเอง การเรียนในตอนนั้นค่อนข้างย่ำแย่ ผมถูกพ่อแม่ตำหนิบ่อยๆ แต่ตอนนั้นผมหาได้สนใจไม่ ผมยังคงยึดถือตัวเองเป็นสำคัญเดินหน้าเล่นเกมอย่างขะมักเขม้นโดยไม่สนใจใคร พอถึงช่วงที่จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาผมเริ่มกังวลว่าจะเรียนที่ไหนดี ผมลองไปสอบหลายที่โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่ ผมสอบอะไรก็ไม่ติด ผมเริ่มรู้ซึ้งถึงคำเตือน คำสอนของพ่อแม่ที่คอยสั่งคอยสอน คอยดุด่าว่ากล่าวก็เพราะอยากให้เราได้ดีนั่นเอง ผมจึงสมัครสอบที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะวิยาศาสตร์ เอกคณิตศาสตร์ กศ.บ.ตามที่พ่อและแม่แนะนำ ผมสอบติดสำรอง อันดับที่ 5 ผมคิดในใจว่ายังไงผมก็คงไม่ได้แน่ๆ จนท้ายที่สุดผมก็ได้ถูกเลือกมาให้สอบสัมภาษณ์และติดในคณะและสาขาวิชานี้ ผมโชคดีมาก ถ้าผมไม่ติดที่นี่ ผมก็คงรู้เสียใจมากแน่ๆ แต่เมื่อผมสอบเข้ามาได้แล้วผมก็จะตั้งใจเรียน จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะสามารถทำได้
พอเริ่มมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเป็นการเริ่มต้นของการปรับตัว สำหรับผมแล้วมันค่อนข้างยาก ไปไหนมาไหนก็ลำบาก ตอนแรกๆผมนั่งแท็กซี่มาเรียนทุกวันจนผมคิดว่ามันเปลืองโดยไม่จำเป็น ก็เลยหันมาเดินแทน แต่ก็รู้สึกเหนื่อยเกินไป ในตอนหลังผมจึงถามเพื่อนเกี่ยวกับการนั่งรถเมล์ว่าที่พักผมมีรถเมล์สายไหนผ่านบ้าง จากนั้นผมก็หันมาเดินทางโดยรถเมล์สลับกับนั่งรถมอเตอร์ไซต์
ส่วนเรื่องงานบ้านต่างๆผมก็เริ่มทำเองบ้าง ซึ่งการมาอยู่ที่นี่ก็ทำให้ผมมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงตัวเองหลายอย่าง ผมพยายามทำตัวให้เป็นคนดีของพ่อแม่ ก็คือจะไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจ ซึ่งในบางครั้งที่ผมทำอะไรผิดไป ในตอนแรกผมอาจยังไม่ได้คิดว่าตัวเองทำผิดจึงไม่ยอมรับผิด แต่พอผมนึกย้อนกลับไปรู้ว่าตัวเองทำผิดจริงผมก็จะไปกล่าวคำว่า ขอโทษ กับท่านเสมอ มีเหตุการณ์หนึ่งซึ่งผมจำได้ดีคือ ผมเคยตะคอกใส่แม่ แม่ผมเสียใจมาก ผมรู้ดีแต่แม่ผมก็ยังให้อภัยผมรวมทั้งที่ผมทำผิดในทุกๆครั้ง เหตุการณ์ที่ผมตะคอกใส่แม่ทำให้ผมรู้สึกผิดมาโดยตลอดเป็นสิ่งเตือนใจให้ผมไม่อยากทำให้ท่านเสียใจอีกต่อไป ผมจึงพยายามปรับตัวมาโดยตลอดแต่ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร ต้องพยายามต่อไป ผมเป็นคนรักบ้าน ถ้าไม่ติดอะไรผมจะกลับบ้านทุกวันหยุดเทศกาล ผมรู้สึกว่าการที่ผมอยู่บ้านนั้นทำให้ผมมีความสุข ความผ่อนคลาย สบายกายและใจ เมื่อปิดเทอมทุกครั้งผมจะพยายามรีบกลับให้เร็วที่สุด การอยู่ที่บ้านทำให้ผมมีความสุขที่สุด ดังนั้นถ้าเลือกสถานที่ทำงานได้ผมจะขอเลือกทำงานที่อุบลราชธานี บ้านเกิดของผมอย่างแน่นอน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)



